ลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยให้บริการตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด และสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์จากลมหายใจผู้ขับขี่ เพื่อสร้างความมั่นใจในผลตรวจวัดที่ถูกต้อง แม่นยำ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก

ในแต่ละปีจะเกิดความสูญเสียจากการเมาแล้วขับที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ เพราะนักดื่มส่วนใหญ่มักประมาทคิดว่าตนเองมีสติที่จะขับขี่ยานพาหนะไปต่อได้ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เครื่องวัดแอลกอฮอล์จากลมหายใจตรวจวัดแอลกอฮอล์ถือเป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่ง กรมวิทยาศาสตร์แพทย์ มีบทบาทที่สำคัญคือการบริการตรวจวิเคราะห์ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิง ได้ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้บริการสอบเทียบ เครื่องวัดแอลกอฮอล์จากลมหายใจ หากพบว่าเครื่องใดมีค่าความผิดพลาดเกินเกณฑ์มาตรฐานกำหนดจะต้องปรับตั้งค่าใหม่ เพื่อให้เครื่องที่เจ้าหน้าที่นำไปใช้มีผลการวัดที่ถูกต้องสามารถนำไปใช้ในการดำเนินคดีได้ แต่ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว ซึ่งไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจได้ เจ้าหน้าที่สามารถส่งเลือดมาตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ โดยต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์ตัวอย่างที่ให้ผลเที่ยงตรง แม่นยำ สามารถทราบผลภายใน 8 ชั่วโมง ในกรณีเร่งด่วน ซึ่งถ้ามีค่าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จากเลือดหรือลมหายใจถือว่าเมาสุรา จากข้อมูลการดำเนินการตรวจวิเคราะห์หาระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3 ที่ได้จากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ได้แก่ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอื่นๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ได้ทำการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือด จำนวน 160 ตัวอย่าง พบว่า ผู้ประสบอุบัติเหตุทางจราจรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย และมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และส่วนใหญ่มีอายุ ตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป ช่วงเวลาเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือ ช่วงเวลา 15.01-21.00 น และพาหนะที่ใช้ขับขี่และเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth